ถุงกระดาษ รักสิ่งแวดล้อม

ถุงกระดาษ รักษาสิ่งแวดล้อม จริงหรือไม่ ?

ถุงกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้สำหรับผู้ที่รักสิ่งแวดล้อม เพราะมีความเชื่อว่าถุงกระดาษสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าวัสดุอื่น โดยปกติเศษกระดาษสามารถย่อยสลายได้ภายใน 2 – 5 เดือน เทียบกับเปลือกส้มที่ใช้เวลาย่อยสลายถึง 6 เดือน ผ้าขนสัตว์ใช้เวลาย่อยสลาย 1 ปี ไม้ใช้เวลาย่อยสลาย 13 ปี แม้แต่ก้นกรองบุหรี่ยังต้องใช้เวลา 15 ปีในการย่อยสลาย

ในช่วงยุคหลายสิบปีที่แล้ว บรรจุภัณฑ์ประเภทถุงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เรารู้จักกันในชื่อ “ถุงกล้วยแขก” ซึ่งก็คือถุงกระดาษที่ทำมาจากหนังสือพิมพ์ที่ชาวบ้านหรือพ่อค้าแม่ค้านำมาตัดแล้วพับทากาวด้วยมือใช้บรรจุใส่ของให้ลูกค้า แม้กระทั่งอาหารก็ยังนำไปใส่ในถุงกระดาษที่ทำจากหนังสือพิมพ์ซึ่งมีหมึกพิมพ์ที่อันตรายและความสกปรกจากการสัมผัส แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเพราะหาวัสดุง่ายและราคาถูก จนกระทั่งมีถุงที่หรูหราขึ้นในยุค 70 ไม่มีใครไม่รู้จัก “ถุงโชคดี” ซึ่งเป็นถุงกระดาษคราฟท์น้ำตาล ทำจากการย่อยสลายเยื่อกระดาษจากวัสดุเหลือใช้เช่นถุงปูนเป็นต้น ถุงโชคดีจะมีทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 15 x 9 นิ้ว ด้านบนเจาะรูเป็นหูหิ้ว และเขียนคำว่า “โชคดี” ด้านนึงจะเป็นตารางหมากฮอสเพื่อนำมาใช้เล่นหมากฮอสบนถุงกระดาษ และอีกด้านมักจะเป็นรูปดาราหรือรูปนางสาวไทย สมัยก่อนขายเพียงใบละไม่กี่สิบสตางค์เท่านั้น ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับบรรจุภัณฑ์ใส่เสื้อผ้า และสินค้าทั่วไป

อย่างไรก็ตามกระแสของสังคมก็เปลี่ยนไป เนื่องจากมีการผลิตถุงพลาสติกออกมาเป็นทางเลือกให้กับพ่อค้าแม่ค้า ถุงพลาสติกได้เปรียบตรงที่มีราคาต่อใบถูกกว่าถุงกระดาษมาก มีพัฒนาการของถุงพลาสติกที่นอกจากถูก แต่ก็ยังสวยกว่า มีความคงทนสูง แต่ลองคิดย้อนกลับมาเรื่องการย่อยสลายจะพบว่า ถุงพลาสติกใช้เวลาย่อยสลายตัวเองนานถึง 450 ปี เทียบกับกระดาษที่ย่อยสลายเพียง 2 – 5 เดือนเท่านั้น จึงได้เกิดการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งร้านค้าปลีกชั้นนำอย่าง 7-11 หรือห้างสรรพสินค้าก็ยังงดการใช้ถุงพลาสติกให้ผู้ซื้อนำถุงผ้ามาใช้แทน ซึ่งจริง ๆ ทางออกของปัญหาในการช่วยผู้บริโภคคือการแจกถุงกระดาษทดแทนถุงพลาสติก เพียงแต่ว่าราคาถุงกระดาษค่อนข้างแพง จึงเป็นทางออกที่ยังไม่เป็นที่นิยม อย่างไรก็ตามสำหรับร้านค้าที่มี Branding แข็งแรงและมูลค่าสินค้าสูง ก็ควรหันกลับมาให้บริการบรรจุภัณฑ์ถุงกระดาษกับผู้บริโภคเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและยังส่งเสริมการขายได้ในเวลาเดียวกัน

ถุงกระดาษ Paper Bag

กระแสโจมตีการใช้ ถุงกระดาษ Paper Bag แทน ถุงพลาสติก Plastic Bag

แม้ว่าเป็นที่ยอมรับว่า เยื่อกระดาษสามารถย่อยสลายตัวเองได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์พลาสติกเกือบ 1000 เท่าตัว แต่มีผู้เชี่ยวชาญบางท่านกลับมีมุมมองว่าถุงกระดาษไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ข้อมูลที่อ้างอิงคือการอ้างถึงที่มาของกระดาษซึ่งแน่นอนว่ามาจากต้นไม้ จึงได้มีการยกอ้างว่าการผลิตถุงกระดาษส่งผลต่อการตัดต้นไม้ทำลายป่า และเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งในความเป็นจริงยังไม่มีข้อมูลวิจัยที่สามารถบ่งชี้ถึงสิ่งที่กล่าวอ้าง มีผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมจากสิงคโปร์บางท่านให้ข้อมูลว่า ถุงกระดาษใช้ทรัพยากรในการผลิตมากกว่าถุงพลาสติก ถ้าจะให้คุ้มจะต้องนำถุงกระดาษกลับมาใช้ถึง 43 ครั้งถึงจะทำให้เกิดผลดีกับสิ่งแวดล้อม เทียบกับผู้เชี่ยวชาญที่ประเทศอังกฤษก็กล่าวอ้างว่าถุงกระดาษที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตจะคุ้มค่าต่อสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายไปถ้าได้นำมาใช้อย่างน้อย 3 ครั้ง ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าข้อมูลมีความย้อนแย้งและไม่มีหลักฐานวิจัยสนับสนุน

ถุงพลาสติกได้ถูกมองเป็น “ตัวร้าย” ในวงการค้าปลีก เนื่องจากในแต่ละปีมีขยะที่เกิดจากพลาสติกรวมกันทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 8 ล้านตัน ถุงพลาสติกมีชื่อเสียงในแง่ลบเยอะมาก มีภาพภูเขาขยะที่ลอยอยู่กลางทะเล ขยะพลาสติกที่เกลื่อนกลาดอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงปัญหาการทิ้งพลาสติกลงน้ำทำให้สัตว์น้ำกินและเสียชีวิต ปัญหาของผู้ที่เลือกออกมาปกป้องถุงพลาสติกโดยอ้างเหตุผลมากมายโดยเฉพาะในแง่มุมของการทิ้งร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) ก็พยายามให้เหตุผลว่าถุงพลาสติกใบหนึ่งปล่อยของเสียน้อยกว่าถุงกระดาษอย่างมาก ถึงแม้จะมีการโต้แย้งอย่างมากมายแต่ทว่าในความเป็นจริง ก็ยังเป็นที่ยอมรับว่าพลาสติกแม้จะปล่อยร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยจริง แต่พลาสติกเป็นขยะที่ต้องใช้ขบวนการกำจัดขยะและขวนการรีไซเคิลที่มากที่สุดและรุนแรงที่สุด สร้างปัญหาสูงที่สุดสำหรับประชากรโลก

ถุงกระดาษ Paper Bag กับนโยบายการตลาดด้านภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์

ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา แทบทุกประเทศในโลกมีความตื่นตัวอย่างมากกับปัญหาพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถุงพลาสติกที่เป็นบรรจุภัณฑ์ราคาถูกและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ผลกระทบในการรีไซเคิลถุงพลาสติกนำมาซึ่งทางออกแปลก ๆ ในธุรกิจค้าปลีก ในต่างประเทศโดยเฉพาะทางโซนยุโรปได้เริ่มต้นในการไม่ใช้ถุงพลาสติกมาเป็นเวลานาน โดยการให้ความรู้และสร้างนิสัยใหม่ที่จะให้ผู้บริโภคพกพาถุงผ้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกมาในระหว่างการจับจ่ายซื้อของ แนวโน้มนี้เริ่มเกิดขึ้นที่ประเทศไทยในช่วงปี 2021 อย่างชัดเจน ร้านค้าปลีกที่สำคัญและกว้างขวางที่สุดในประเทศไทยซึ่งก็คือ 7-11 เป็นร้านค้าปลีกที่เริ่มใช้นโยบายไม่บริการบรรจุสินค้าที่ลูกค้าซื้อลงในถุงพลาสติก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง Supermarket หลายแห่ง แม้กระทั่งร้านค้าแบรนด์เนมหลายแห่ง ก็ทำตามนโยบายที่ทางรัฐขอให้ปฏิบัติคือการไม่แจกถุงพลาสติกเพื่อบรรจุสินค้าให้กับผู้ซื้อ โดยคาดหวังว่าผู้ซื้อจะต้องเรียนรู้และติดถุงผ้ามาเพื่อใส่สินค้าที่จับจ่ายใช้สอย หรือไม่ก็ต้องซื้อถุงที่จุดจำหน่ายสินค้า

ในแง่การตลาดแล้วการไม่แจกบรรจุภัณฑ์ให้กับลูกค้านำมาซึ่งความยากลำบากและสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นแง่ลบค่อนข้างมาก ทั้งนี้ปัญหาเกิดจากการให้ความรู้และน้ำหนักความสำคัญของปัญหา ในโซนทวีปยุโรปหรือทวีปอเมริกามีความตื่นตัวต่อปัญหาภาวะโลกร้อน ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือ แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา การดิ้นรนในชีวิตประจำวันและวิถีชีวิตอาจจะให้น้ำหนักกับเรื่องสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า นโยบายที่พยายามไม่แจกถุงใส่สินค้านำมาซึ่งความคิดในแง่ลบต่อบริการมากกว่าความคิดชื่นชมในแง่ของการที่องค์กรนั้นช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แรงกดดันนี้แม้กระทั่งร้านค้าปลีกบางสาขาก็ยังแก้ไขนโยบายโดยเลี่ยงบาลี เช่น ถ้ามีการสั่งซื้อในจำนวนที่กำหนดจะใส่ถุงพลาสติกให้แต่เป็นถุงพลาสติกเปล่าที่ไม่ได้พิมพ์ยี่ห้อ เป็นต้น นโยบายนี้ก็เป็นส่ิงที่ดีที่ช่วยแบ่งเบาภาระและความยากลำบากในการซื้อสินค้าต่อผู้บริโภค แต่ร้านค้าปลีกบางแห่งที่จำหน่ายสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง ก็นำแนวคิดทางตะวันตกในแง่ของสิ่งแวดล้อมโดยไม่แจกถุงให้กับผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อต้องมีถุงผ้าหรือซื้อถุงกับทางร้านค้า แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่น่าจะทำลายชื่อเสียง ความรู้สึกที่ดีต่อ Branding ขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ค่อนข้างมาก ทางออกที่ดีคือการหันกลับมาแจกถุงกระดาษ Paper Bag ให้กับลูกค้า ซึ่งก็เสมือนหนึ่งยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือ ยังคงให้ความสำคัญต่อการให้บริการผู้บริโภคอย่างดี และ ยังคงช่วยประชากรโลกในการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ถุงกระดาษในปัจจุบันก็สามารถสร้างสรรค์คุณภาพงานที่บ่งบอกภาพลักษณ์องค์กรและผลิตภัณฑ์ได้อย่างดี ท่านสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการผลิตถุงกระดาษหลากหลายวิธี เช่น การพิมพ์ถุงกระดาษด้วยสี Pantone หรือสี Metallic ซึ่งจะให้ความกว้างของการแสดงสีสูงกว่าสิ่งพิมพ์ปกติ ท่านยังสามารถทำเทคนิคพิเศษเช่น ปั๊ม K ทอง K เงิน K สีโรสโกลด์ ทำเทคนิคปั๊มนูน เคลือบเงา เคลือบด้าน หรือ เคลือบด้านพร้อมเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) ได้

โรงพิมพ์ ถุงกระดาษ Paper Bag ตัวช่วยด้านธุรกิจและภาพลักษณ์

โรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตถุงกระดาษโดยเฉพาะ เป็นส่วนที่มีความสำคัญในอนาคตสำหรับองค์กรที่ต้องการตอบสนองความต้องการพื้นฐานด้านบรรจุภัณฑ์ให้กับลูกค้าตัวเอง การเลือกใช้ถุงกระดาษที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์จำเป็นต้องใช้โรงพิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญและให้ปรึกษาได้ ท่านสามารถเลือกชนิดกระดาษที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์องค์กร การเลือกใช้สีหรือเพิ่มสีพิเศษ การทำมูลค่าเพิ่มให้กับงานพิมพ์ หรือการเลือกใช้วัตถุดิบที่รักษาสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษรีไซเคิล หมึก Soy Ink เป็นต้น

ถุงกระดาษมีหลากหลายชนิดและใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น ถุงใส่เสื้อผ้า ถุงกระดาษรีไซเคิล ถุงกระดาษ ใส่ของขวัญ ถุงกระดาษหูหิ้ว ถุงกระดาษสีขาว ถุงใส่เบเกอรี่ ถุงใส่เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ถุงหูหิ้วไฮโซ ถุงกิ๊ฟ ช็อป ถุงหูหิ้วขนาดใหญ่ ถุงไวน์ ถุงใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ ถุงเชือกกระดาษเกลียว ถุงพรีเมี่ยม หรือถุงใสสินค้า สามารถผลิตได้โดยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด คำปรึกษาการเลือกใช้ถุงกระดาษ และติดต่อ บริษัท ลักษมีรุ่ง จำกัด โรงพิมพ์ออฟเซ็ท Offset Printing ลาดพร้าว 101 ซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 9 ได้ที่ Line ID : @laxmirung หรือเข้าไปที่เว็ปไซท์ https://www.laxmirung.com/

#ถุงกระดาษ #โรงพิมพ์ #รักโลก

ความรู้งานพิมพ์ ถุงกระดาษ การสั่งซื้อถุงกระดาษจาก โรงพิมพ์

Leave a Comment

Your email address will not be published.