กลับไปหน้ารวมบทความ

บทความงานพิมพ์จากโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง

เลือกกระดาษห่อสินค้า "MG 46 แกรม กับ อาร์ตมัน 105 แกรม" ให้ตรงงาน

ถ้าสินค้าต้องพิมพ์สี 4 สีหรือ Pantone ปูพื้นเต็มแผ่นเน้นสี Corporate Identity ให้เลือกกระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม เพราะรับหมึกหนาได้งานคมชัดสวยคุณภาพสูง แต่ถ้าต้องการห่อเสื้อผ้าหรือห่อสินค้าแบบพิมพ์โลโก้ 1 สีให้ดูพรีเมียม สัมผัสนุ่มลื่นไม่ทำให้งานเป็นขุย ให้เลือกกระดาษ MG 46 แกรม ซึ่งมีค่าความทึบแสงประมาณ 65-75% และผิวมันเงาด้านเดียวจากกระบวนการ Yankee Cylinder ส่วนขนาดมาตรฐานที่นิยมสั่งทั้งสองแบบคือ 20 x 28 นิ้ว หรือ 50 x 70 เซนติเมตร

อ่านประมาณ 10 นาที
เขียนโดย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Thaninpong Supapitakpong)
กระดาษ MG ห่อเสื้อผ้าเทียบอาร์ตมัน 105 แกรม
แบนเนอร์บทความ กระดาษเนื้อบางโปร่งแสงวางเทียบกับกระดาษเคลือบผิวมันที่พิมพ์ลายสีทองหลายเฉด

ที่โรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเมื่อจะสั่งกระดาษห่อสินค้าคือ กระดาษ MG 46 แกรม กับ อาร์ตมัน 105 แกรม ต่างกันอย่างไร แล้วควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสินค้าของตัวเอง

หลายคนมาถึงโรงพิมพ์พร้อมความสับสนระหว่างกระดาษ MG กับ "กระดาษไข" ที่เคยได้ยินชื่อ และยังไม่แน่ใจว่าขนาดมาตรฐานที่ใช้กันจริงคือเท่าไหร่ บทความนี้ผมจะเล่าจากประสบการณ์ตรงที่รับพิมพ์กระดาษห่อสินค้ามาหลายปี ผสานกับข้อมูลทางเทคนิคที่ยืนยันได้ เพื่อให้ตัดสินใจเลือกได้ถูกตั้งแต่ครั้งเดียว

อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการกระดาษห่อสินค้า

รู้จักกระดาษ MG 46 แกรม จาก Yangee Cylinder ถึงเนื้อกระดาษที่ปกป้องผ้าและใช้ห่อสินค้า

กระดาษ MG หรือ Machine Glazed Paper ไม่ใช่กระดาษเคลือบผิวแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ แต่เป็นกระดาษคราฟท์ฟอกขาวชนิดบางพิเศษที่เกิดความมันวาวจากกลไกทางกลโดยตรง ในขั้นตอนผลิต แผ่นเยื่อเปียกจะถูกลำเลียงแนบสนิทกับลูกกลิ้งเหล็กกล้าขัดเงาขนาดใหญ่ที่อัดความร้อนด้วยไอน้ำแรงดันสูง เรียกว่ากระบอกแยนกี (Yankee Cylinder) แรงกดและความร้อนที่แม่นยำทำให้เส้นใยเซลลูโลสด้านที่สัมผัสกระบอกอัดแน่นจนเกิดผิวมันเงาธรรมชาติ ขณะที่ด้านล่างซึ่งสัมผัสสายพานผ้าสักหลาดยังคงความด้านและสากเล็กน้อย นี่คือเหตุผลที่ผมมักอธิบายลูกค้าว่ากระดาษ MG มีสองหน้าที่ทำงานคนละหน้าที่โดยตั้งใจ

ในทางปฏิบัติจริง ด้านมันจะหันเข้าหาสินค้าเสมอ เพราะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างกระดาษกับเส้นใยผ้า ป้องกันการเสียดสีจนเกิดขุยผ้าหรือไฟฟ้าสถิตบนผ้าบอบบางอย่างผ้าไหมหรือแคชเมียร์ ส่วนด้านสากที่หันออกนอกช่วยให้พับขึ้นรูปได้แน่น ไม่ลื่นหลุดจากมือ และรองรับการติดเทปหรือสติกเกอร์แบรนด์ได้มั่นคง ที่สำคัญคือความทึบแสงระดับ 65-75% ทำให้เมื่อห่อเสื้อผ้าแล้วมองเห็นเงาสีลาง ๆ ผ่านผิวกระดาษได้อย่างนุ่มนวล เสริมประสบการณ์เปิดกล่อง (Unboxing) ให้ดูพรีเมียมกว่าวัสดุทึบแสงทั่วไป ผมเคยแนะนำแบรนด์เสื้อรายหนึ่งให้เปลี่ยนจากถุงพลาสติกมาใช้ MG 46 แกรมพิมพ์โลโก้ 1 สี ผลคือลูกค้าปลายทางทักมาชมความหรูหราของแพ็กเกจตั้งแต่สัปดาห์แรก

กระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม ตัวเลือกสำหรับงานพิมพ์สีเต็มพื้นและ Pantone

ถ้างานของคุณต้องพิมพ์ 4 สีหรือแม้กระทั่งสี Pantone แบบปูพื้นเต็มแผ่น เน้นสี Corporate Identity ที่ต้องคุมเฉดให้ตรงกับแบรนด์ทุกจุด กระดาษ MG จะไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสมอีกต่อไป เพราะเนื้อกระดาษบางเพียง 46 กรัมต่อตารางเมตรนั้น เมื่อรับหมึกพิมพ์แบบปูพื้นหนา ๆ ในระบบออฟเซตป้อนแผ่น จะเกิดอาการที่ช่างพิมพ์เรียกว่ากระดาษพองย่น คือแผ่นกระดาษดูดซับตัวทำละลายในหมึกมากเกินไปจนเสียรูปทรงเดิม ผมเคยเจอเคสลูกค้าที่ยืนยันจะพิมพ์โลโก้เต็มพื้นบนกระดาษ MG จนแผ่นพิมพ์ติดขัดในเครื่องและต้องแก้ไขงานใหม่ทั้งหมด นับเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมย้ำกับทุกลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนสั่งพิมพ์ว่าน้ำหนักกระดาษต้องสอดคล้องกับปริมาณหมึกที่จะใช้จริง

กระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด ด้วยความหนาที่มากกว่า MG กว่าสองเท่า โครงสร้างเนื้อกระดาษที่ผ่านการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบพิเศษทำให้พื้นผิวเรียบเนียน รับหมึกได้สม่ำเสมอทั้งแผ่นโดยไม่บิดงอ เหมาะกับงานที่ต้องปูสีพื้นหลังเข้มหรือพิมพ์ภาพกราฟิกซับซ้อนหลายเฉดสี นอกจากนี้อาร์ตมันยังมีทั้งผิวมันวาวและอาร์ตด้านให้เลือกตามลักษณะสินค้า ถ้าต้องการความหรูหราแบบสะท้อนแสงก็เลือกผิวมัน แต่ถ้าอยากได้ความเรียบหรูแบบไม่สะท้อนแสงรบกวนสายตา อาร์ตด้าน 105 แกรมก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน จากประสบการณ์ที่โรงพิมพ์ลักษมีรุ่งรับงานมาหลายปี ลูกค้าที่ทำแบรนด์เครื่องสำอางหรือของขวัญพรีเมียมมักเลือกอาร์ตมันเพราะต้องการความคมชัดของภาพถ่ายผลิตภัณฑ์บนกระดาษห่อโดยตรง

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ กระดาษ MG กับ อาร์ตมัน เลือกอย่างไรให้ตรงงาน

หลายคนถามผมตรง ๆ ว่ากระดาษห่อสินค้าแบบไหนดูพรีเมียมกว่ากัน คำตอบคือขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้าและงบประมาณมากกว่าคำว่าพรีเมียมโดยตัวมันเอง ถ้าสินค้าเป็นเสื้อผ้าที่ต้องการปกป้องเนื้อผ้าเป็นหลักและพิมพ์แค่โลโก้เรียบง่าย MG 46 แกรมให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และราคาต้นทุนต่อแผ่นย่อมเยากว่า เหมาะกับแบรนด์ที่เน้นปริมาณการผลิตสูง ในทางกลับกัน ถ้าสินค้าคือกล่องของขวัญ กล่องเครื่องประดับ หรือชุดเครื่องสำอางที่ต้องการให้ภาพลักษณ์และสีสันของแบรนด์โดดเด่นตั้งแต่แวบแรกที่มองเห็น กระดาษอาร์ตมัน 105 แกรมจะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าอย่างชัดเจน เพราะรองรับงานกระดาษห่อสินค้า พิมพ์ลาย แบบปูพื้นหลายสีได้เต็มแผ่นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระดาษพองย่นหรือสีเพี้ยน ผมมักแนะนำให้ลูกค้าลองส่งไฟล์อาร์ตเวิร์กมาให้ทีมช่างพิมพ์ของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งประเมินก่อนตัดสินใจ เพราะบางครั้งลายที่ดูเรียบง่ายบนหน้าจอ เมื่อพิมพ์จริงบนกระดาษบางอย่าง MG อาจมีรายละเอียดบางจุดที่ต้องปรับ เช่น เส้นกราฟิกที่บางเกินไปหรือสีพื้นที่หนาเกินขนาด

เทียบกระดาษ MG 46 แกรม กับ อาร์ตมัน 105 แกรม ตามคุณสมบัติที่ใช้ตัดสินใจจริง
หัวข้อกระดาษ MG 46 แกรมกระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม
น้ำหนักกระดาษ46±2 กรัมต่อตารางเมตร บางเบาแต่ทนแรงดึงเพราะใช้เยื่อบริสุทธิ์เส้นใยยาว105 กรัมต่อตารางเมตร หนากว่า MG กว่าสองเท่า
งานพิมพ์ที่รองรับพิมพ์ 1 สีแบบไม่ปูพื้นเต็มแผ่นพิมพ์ 4 สีหรือสี Pantone ปูพื้นเต็มแผ่นได้
ผิวสัมผัสและความทึบแสงมันเงาด้านเดียวจากกระบอกแยนกี ด้านหลังยังด้านและสากเล็กน้อย ทึบแสง 65-75%ผิวเคลือบเรียบเนียนสม่ำเสมอ เลือกได้ทั้งอาร์ตมันและอาร์ตด้าน
จุดแข็งลดแรงเสียดทานกับเส้นใยผ้า กันขุยและไฟฟ้าสถิต ต้นทุนต่อแผ่นย่อมเยากว่ารับหมึกได้สม่ำเสมอทั้งแผ่นโดยไม่บิดงอ ให้ภาพและสีคมชัด
ข้อจำกัดถ้าปูพื้นหนาจะเกิดกระดาษพองย่นจนแผ่นพิมพ์ติดขัดในเครื่องต้นทุนต่อแผ่นสูงกว่ากระดาษ MG
งานที่เหมาะห่อเสื้อผ้า พิมพ์โลโก้เรียบง่าย แบรนด์ที่เน้นปริมาณการผลิตสูงกล่องของขวัญ เครื่องประดับ ชุดเครื่องสำอาง และกระดาษห่อของขวัญพิมพ์ลายเต็มแผ่น

ขนาดมาตรฐานและปริมาณสั่งพิมพ์ที่คุ้มค่าที่สุด

เรื่องขนาดกระดาษเป็นอีกจุดที่ลูกค้าสอบถามกันบ่อยพอ ๆ กับเรื่องน้ำหนักกระดาษ คำตอบที่ผมให้ทุกครั้งคือขนาดมาตรฐาน 20 x 28 นิ้ว หรือ 50 x 70 เซนติเมตร คือขนาดที่พอดีกับแท่นพิมพ์ออฟเซตป้อนแผ่นและไม่เสียเศษกระดาษระหว่างตัดซอย เหมาะกับเสื้อเชิ้ต สูทลำลอง เดรส และเสื้อแจ็กเก็ต ส่วนถ้าสินค้าเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อโปโลที่ต้องการห่อคาดกึ่งกลางแบบเรียบง่าย ขนาดแผ่นยาวประมาณ 22 x 58 เซนติเมตรก็ตอบโจทย์ได้ดีกว่าและประหยัดกระดาษกว่าด้วย ในขณะที่สินค้าชิ้นเล็กอย่างเสื้อผ้าเด็กหรือเครื่องประดับ อาจเลือกขนาดเล็กลงมาที่ 38 x 50 เซนติเมตรเพื่อลดต้นทุนต่อชิ้น

ในมุมของปริมาณสั่งพิมพ์ ผมอยากให้เข้าใจตรงกันว่าระบบออฟเซตป้อนแผ่นมีจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 1,000 ถึง 5,000 แผ่นขึ้นไป และราคาต่อแผ่นจะถูกลงตามจำนวนอย่างชัดเจน ตารางราคาของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งสำหรับขนาด Standard 22 x 58 เซนติเมตร กระดาษ MG 46 แกรม เริ่มที่ 4.00 บาทต่อแผ่นเมื่อสั่ง 1,000 แผ่น และลดลงเหลือ 1.59 บาทต่อแผ่นเมื่อสั่ง 5,000 แผ่น ส่วนกระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม ขนาดเดียวกันเริ่มที่ 7.19 บาท และลดเหลือ 2.09 บาทที่จำนวนเท่ากัน ถ้าเลือกขนาด Large 50 x 70 เซนติเมตร ราคาต่อแผ่นจะสูงกว่านี้ทั้งสองชนิด และราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ถ้าสั่งน้อยกว่านี้ ต้นทุนต่อแผ่นจะสูงขึ้นเพราะค่าเตรียมแม่พิมพ์และปรับตั้งเครื่องยังคงที่ไม่ว่าจะพิมพ์กี่แผ่นก็ตาม แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่แน่ใจยอดขาย ผมมักแนะนำให้ทดลองสั่งงานด่วนที่ 200 แผ่นก่อน เพื่อดูผลตอบรับจากลูกค้าจริง แล้วค่อยขยับปริมาณตามความต้องการของตลาดในรอบถัดไป

ไขข้อสงสัย กระดาษ MG ไม่ใช่กระดาษไขห่อสินค้า

ผมอยากย้ำอีกครั้งเพราะเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากในหน้าร้าน หลายคนเห็นผิวมันเงาของกระดาษ MG แล้วเข้าใจไปว่าคือกระดาษไขห่อสินค้าที่เคยเห็นตามร้านขายของขวัญ ความจริงแล้วกระดาษไขในความหมายที่ถูกต้องทางเทคนิคเรียกว่า Glassine Paper เป็นกระดาษที่ผ่านการรีดอัดด้วยลูกกลิ้งซูเปอร์คาเลนเดอร์จนเนื้อแน่นทั้งสองด้าน ให้ผิวเรียบมันวาวสม่ำเสมอ และมีความโปร่งแสงสูงถึง 40-50% มากกว่ากระดาษ MG เสียอีก แต่ข้อเสียคือเนื้อกระดาษแข็งกระด้าง พับแล้วดีดตัวคืนรูป ไม่อยู่ทรง และเมื่อแกะห่อจะมีเสียงกรอบแกรบดังกว่ามาก ที่สำคัญคือราคาต้นทุนต่อแผ่นสูงที่สุดในบรรดากระดาษห่อสินค้าทุกชนิด ผมเคยมีลูกค้าสอบถามหาโรงพิมพ์ที่รับพิมพ์กระดาษไขโดยเฉพาะ ซึ่งต้องบอกตรง ๆ ว่ากระดาษไขในบริบทที่คนทั่วไปพูดถึงจริง ๆ มักหมายถึงกระดาษกันน้ำมันแบบที่ใช้ห่อข้าวมันไก่ ห่อเนย ห่อชีส หรือรองอาหารที่มีน้ำมันซึม เรียกในวงการว่า Greaseproof Paper หรือ Wax Paper ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกระดาษ MG โดยสิ้นเชิง หากใครต้องการพิมพ์กระดาษไขจริง ๆ สำหรับงานด้านอาหารหรือสถาปัตยกรรม ต้องหาโรงพิมพ์ที่มีเครื่องจักรเฉพาะทางรองรับ เพราะกระบวนการเคลือบสารกันซึมนั้นแตกต่างจากการพิมพ์กระดาษ MG หรืออาร์ตมันทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ในส่วนของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง นอกจากรับพิมพ์กระดาษห่อสินค้าสำหรับแบรนด์เสื้อผ้าแล้ว เรายังรับผลิตกระดาษห่อของขวัญสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจของชำร่วยหรือของฝากเทศกาล ซึ่งมักเลือกใช้กระดาษอาร์ตมันเพราะต้องพิมพ์ลวดลายสีสันสดใสเต็มแผ่น ต่างจากกระดาษ MG ที่เหมาะกับงานพิมพ์เรียบง่ายเน้นความหรูหราและ Corporate Identity มากกว่า การเข้าใจความแตกต่างตรงนี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณให้กับเจ้าของแบรนด์ได้มาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขงานพิมพ์ซ้ำหลังจากที่ผลิตออกมาแล้วไม่ตรงกับที่ต้องการ

บทสรุป

ตลอดหลายปีที่โรงพิมพ์ลักษมีรุ่งรับพิมพ์กระดาษห่อสินค้ามา ผมพบว่าความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องน้ำหนักและคุณสมบัติของกระดาษแต่ละชนิดคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ตัดสินใจได้เร็วและไม่เสียเวลาแก้งานซ้ำ กระดาษ MG 46 แกรม เหมาะกับงานพิมพ์เรียบง่ายที่ต้องการปกป้องเนื้อผ้าและสัมผัสที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ขณะที่กระดาษอาร์ตมัน 105 แกรม ตอบโจทย์งานที่ต้องการความคมชัดของสีสันและภาพลักษณ์แบรนด์แบบเต็มพื้น ทั้งสองแบบไม่มีใครดีกว่าใครโดยสมบูรณ์ มีเพียงความเหมาะสมกับลักษณะสินค้าและงบประมาณที่แตกต่างกันเท่านั้น หากยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเหมาะกับกระดาษแบบไหน ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาและประเมินไฟล์อาร์ตเวิร์กก่อนตัดสินใจสั่งพิมพ์จริง เพื่อให้ทุกแผ่นที่ผลิตออกมาคุ้มค่าทั้งในด้านต้นทุนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่แผ่นแรกที่พิมพ์ออกจากเครื่อง

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเลือกกระดาษ MG หรืออาร์ตมัน สิ่งที่ผมอยากให้เจ้าของแบรนด์ทุกคนจำไว้คือ กระดาษห่อสินค้าไม่ใช่แค่วัสดุที่ใช้ปกป้องของ แต่คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์แรกที่ลูกค้าสัมผัสได้ก่อนจะได้เห็นตัวสินค้าจริงเสียอีก การเลือกน้ำหนักกระดาษ ขนาด และวิธีพิมพ์ให้เหมาะกับลักษณะสินค้าจึงส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้าปลายทางมากกว่าที่หลายคนคาดคิด ผมเชื่อว่าถ้าเจ้าของแบรนด์เข้าใจความแตกต่างระหว่างกระดาษ MG กับอาร์ตมันตั้งแต่ต้น จะสามารถวางแผนงบประมาณและสื่อสารกับโรงพิมพ์ได้อย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงจากการแก้งานซ้ำ และได้บรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างแท้จริงในทุกครั้งที่สินค้าถูกส่งถึงมือลูกค้า

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

TAPPI สมาคมเทคนิคอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษแหล่งอ้างอิงศัพท์เทคนิคและวิธีทดสอบกระดาษระดับสากล เช่น ค่าความทึบแสงและการวัดคุณสมบัติผิวกระดาษที่บทความนี้พูดถึงMondi ผู้ผลิตกระดาษคราฟท์และกระดาษ MGผู้ผลิตกระดาษระดับโลกที่ผลิตกระดาษ MG (Machine Glazed) สำหรับงานห่อและบรรจุภัณฑ์ ใช้ดูภาพรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษห่อระบบสี PANTONEระบบสีมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงเมื่อต้องคุมสี Corporate Identity ให้ตรงกันทุกครั้งที่พิมพ์ ตามที่บทความแนะนำสำหรับงานคุมสีแบรนด์สมาคมการพิมพ์ไทยแหล่งข่าวสารและมาตรฐานของอุตสาหกรรมการพิมพ์ในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของวงการ
ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ ผู้เขียนบทความงานพิมพ์ของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Thaninpong Supapitakpong)

เจ้าของกิจการและผู้ดูแลด้านการตลาด บริษัท ลักษมีรุ่ง จำกัด

เจ้าของกิจการและผู้ดูแลด้านการตลาด บริษัท ลักษมีรุ่ง จำกัด ประสบการณ์ตรงด้านธุรกิจการพิมพ์และการตลาดมากกว่า 35 ปี ดูแลทั้งงานพิมพ์ออฟเซ็ทและดิจิทัล สติ๊กเกอร์ 3M และงานพิมพ์อิงค์เจ็ท ให้คำปรึกษาลูกค้า B2B ตั้งแต่การเตรียมไฟล์ การเลือกกระดาษ การวางแผนผลิต งานหลังพิมพ์ จนถึงการส่งมอบ ถ่ายทอดจากประสบการณ์หน้างานจริง ควบคู่กับการติดตามเทคโนโลยีการพิมพ์และการประยุกต์ใช้ AI ในงานพิมพ์และการตลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดาษห่อสินค้า

คำตอบสั้น ๆ ที่ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาหรือส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ตรวจ

กระดาษ MG 46 แกรม กันน้ำได้ไหม

กระดาษ MG มีคุณสมบัติกันฝุ่นและความชื้นเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่งจากความหนาแน่นของผิวที่ผ่านการขัดมัน แต่ไม่ใช่วัสดุกันน้ำแบบเต็มรูปแบบเหมือนฟิล์มพลาสติก จึงเหมาะกับการใช้ห่อสินค้าเพื่อความสวยงามและปกป้องจากรอยขีดข่วนมากกว่าการกันน้ำโดยตรง

สั่งพิมพ์กระดาษห่อสินค้าจำนวนน้อยได้ไหม

ได้ครับ ทางโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งรองรับงานด่วนเริ่มต้นที่ 200 แผ่น เหมาะสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการทดลองตลาดก่อน แต่ต้นทุนต่อแผ่นจะสูงกว่าการสั่งปริมาณมาก เพราะค่าเตรียมแม่พิมพ์คงที่ไม่ว่าจะพิมพ์กี่แผ่นก็ตาม

พิมพ์กระดาษไขกับพิมพ์กระดาษ MG ใช้เครื่องเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช่เครื่องเดียวกันครับ การพิมพ์กระดาษไขสำหรับงานกันน้ำมันต้องใช้กระบวนการเคลือบผิวพิเศษที่แตกต่างจากการพิมพ์บนกระดาษ MG หรืออาร์ตมันทั่วไป หากลูกค้าต้องการงานกระดาษไขจริง ๆ ควรแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเพื่อให้โรงพิมพ์จัดเตรียมวัสดุและเครื่องจักรที่เหมาะสม

อาร์ตมัน 105 แกรม กับ อาร์ตด้าน 105 แกรม ต่างกันตรงไหน

ความหนาเท่ากันแต่ผิวสัมผัสต่างกัน อาร์ตมันให้ความรู้สึกสะท้อนแสงหรูหรา ส่วนอาร์ตด้านให้ความรู้สึกเรียบหรูไม่สะท้อนแสงรบกวนสายตา เลือกตามความต้องการของภาพลักษณ์แบรนด์เป็นหลัก

ติดต่อ LINE