คำถามแรกของเกือบทุกงานถุงกระดาษคือ ควรใช้ขนาดไหน ซึ่งตอบยากถ้ายังไม่ได้วัดสินค้าจริง เพราะถุงที่เล็กไปทำให้สินค้าเสียทรง ส่วนถุงที่ใหญ่เกินไปทำให้ของกลิ้งไปมาและดูไม่พรีเมียม
บทความนี้สรุปวิธีอ่านตัวเลขขนาดถุง วิธีวัดสินค้าเพื่อเผื่อขนาด และช่วงขนาดจริงของถุงมาตรฐานที่โรงพิมพ์มีอยู่แล้ว เพื่อให้เลือกได้เร็วขึ้นตั้งแต่ก่อนขอใบเสนอราคา
อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการถุงกระดาษ
อ่านตัวเลขขนาดถุงกระดาษให้ถูกก่อน
ขนาดถุงกระดาษเขียนเรียงกันสามตัวเลขเสมอ คือ กว้าง × ลึก × สูง หน่วยเป็นเซนติเมตร ตัวแรกคือความกว้างของหน้าถุงที่มองเห็นเวลาถือ ตัวกลางคือความลึกของก้นถุงหรือความหนาของถุงเมื่อกางออก และตัวสุดท้ายคือความสูงวัดจากก้นถึงปากถุง
จุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยที่สุดคือตัวเลขกลาง หลายคนอ่านว่าเป็นความหนาของกระดาษ ซึ่งคนละเรื่องกัน ความหนาหรือความแข็งแรงของกระดาษวัดเป็นค่าแกรม เช่น อาร์ตการ์ด 190 แกรม ส่วนตัวเลขกลางในชุดขนาดคือความลึกของถุง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ากล่องสินค้าทรงหนาจะใส่ลงได้หรือไม่
อีกจุดที่ควรระวังคือขนาดที่ระบุเป็นขนาดสำเร็จของถุงตอนกางใช้งาน ไม่ใช่ขนาดของแผ่นกระดาษก่อนขึ้นรูป เวลาเทียบกับสินค้าจึงเทียบกับตัวเลขชุดนี้ได้ตรง ๆ
วัดสินค้าแล้วเผื่อขนาดเท่าไรถึงพอดี
เริ่มจากวัดสินค้าชิ้นที่ใหญ่ที่สุดที่จะใส่ลงถุงใบนี้ ไม่ใช่ชิ้นที่ขายดีที่สุด เพราะถุงต้องรองรับกรณีที่ใหญ่ที่สุดได้ ถ้าลูกค้ามักซื้อหลายชิ้นพร้อมกัน ให้วางเรียงตามที่จะใส่จริงแล้ววัดรวมเป็นชุด
จากนั้นเผื่อความกว้างและความลึกอีกด้านละประมาณ 1-2 เซนติเมตร ระยะเผื่อนี้ไม่ได้มีไว้ให้ของหลวม แต่มีไว้ให้มือสอดลงไปหยิบของออกได้โดยไม่ต้องฉีกถุง และเผื่อให้กระดาษห่อหรือกระดาษไหมที่รองด้านในมีที่อยู่
ส่วนความสูงให้เผื่อเหนือสินค้าอีกประมาณ 3-5 เซนติเมตร ระยะนี้คือส่วนที่ใช้พับปากถุง ติดสติกเกอร์ปิด หรือใส่การ์ดขอบคุณ ร้านที่ชอบพับปากถุงแล้วเจาะร้อยริบบิ้นควรเผื่อมากกว่านี้อีกเล็กน้อย
กรณีที่พบบ่อยและคำนวณได้ตรง ๆ คือถุงใส่เอกสาร A4 ซึ่งมีขนาด 21 × 29.7 เซนติเมตรตามมาตรฐาน ISO 216 ถ้าจะใส่แนวตั้งโดยไม่ให้กระดาษงอ ถุงต้องกว้างอย่างน้อยราว 22-23 เซนติเมตรขึ้นไป และสูงเกิน 30 เซนติเมตร
ช่วงขนาดจริงของถุงมาตรฐานทั้ง 13 กลุ่ม
ถุงมาตรฐานที่โรงพิมพ์ลักษมีรุ่งมีบล็อกไดคัทอยู่แล้วมีทั้งหมด 272 รุ่น จัดกลุ่มตามทรงและช่วงขนาดได้ 13 กลุ่ม ตารางด้านล่างคือช่วงต่ำสุดถึงสูงสุดของแต่ละกลุ่ม คำนวณจากข้อมูลขนาดจริงของทุกรุ่นในแคตตาล็อก ไม่ใช่ตัวเลขประมาณ
วิธีใช้ตารางนี้คือดูว่าขนาดที่คำนวณได้จากสินค้าตกอยู่ในช่วงของกลุ่มไหน แล้วค่อยเข้าไปเลือกรุ่นย่อยในกลุ่มนั้น จะเร็วกว่าไล่ดูทีละรุ่นจากทั้งหมด
| กลุ่ม | ทรง | จำนวนรุ่น | กว้าง (ซม.) | ลึก (ซม.) | สูง (ซม.) |
|---|---|---|---|---|---|
| AS | แนวตั้ง ขนาดเล็ก | 25 | 10–19 | 3–12 | 12–38.5 |
| AM | แนวตั้ง ขนาดกลาง | 68 | 20–29.7 | 6–22.8 | 20–44 |
| AL | แนวตั้ง ขนาดใหญ่ | 15 | 30–44 | 6–15 | 35–45.5 |
| BS | แนวนอน ขนาดเล็ก | 8 | 14–20.3 | 5–12 | 13–20.3 |
| BM | แนวนอน ขนาดกลาง | 22 | 21–30 | 7–20.9 | 14–28 |
| BL | แนวนอน ขนาดใหญ่ | 65 | 30–50 | 7–25 | 21–40 |
| C | ถุงกระดาษคราฟท์ | 32 | 12–53.3 | 4–18 | 16–58 |
| D ทรงสูง | หูหิ้วซ่อนปลาย | 8 | 20–32 | 10–20 | 30–40 |
| D ทรงนอน | หูหิ้วซ่อนปลาย | 3 | 33–43 | 13–16 | 24–33 |
| S ทรงไวน์ | ถุงใส่ขวด | 6 | 9–15 | 9–12 | 25–38.5 |
| S ทรงสูง | เจาะรูร้อยริบบิ้น | 9 | 15–30 | 8–13 | 21–42 |
| S ทรงนอน | เจาะรูร้อยริบบิ้น | 6 | 20–43.2 | 8–21 | 18–30.5 |
| S หูเจาะ | เจาะช่องมือสอด | 5 | 13–32 | 7–15.5 | 27–38 |
สังเกตว่ากลุ่ม AM และ BL มีรุ่นย่อยมากที่สุด (68 และ 65 รุ่น) เพราะเป็นช่วงขนาดที่ร้านค้าใช้กันมากที่สุด ถ้าสินค้าตกอยู่ในช่วงนี้ โอกาสเจอรุ่นมาตรฐานที่พอดีจึงสูงมาก
ส่วนถุงคราฟท์กลุ่ม C ครอบช่วงกว้างที่สุดในตาราง คือตั้งแต่ 12 ถึง 53.3 เซนติเมตร เพราะรวมทั้งถุงเบเกอรี่ใบเล็กและถุงใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ไว้ในกลุ่มเดียวกัน
5 ขนาดที่สั่งบ่อยที่สุด และธุรกิจที่ใช้
ถ้ายังไม่อยากไล่ดูทั้ง 13 กลุ่ม เริ่มจากห้าขนาดที่ลูกค้าสั่งบ่อยที่สุดก่อนได้ ขนาดเหล่านี้ครอบคลุมงานส่วนใหญ่ของร้านค้าปลีกและงานอีเวนต์
- Size S ขนาด 19 × 7 × 15 ซม. — เครื่องประดับ เครื่องสำอางชิ้นเล็ก ของชำร่วย และสินค้าที่ต้องการให้ถุงดูกะทัดรัด
- Size M ขนาด 18 × 8 × 26 ซม. — ขวดเครื่องดื่ม กระปุกครีม กล่องขนมทรงสูง และของฝากขนาดกลาง
- Size L ขนาด 20 × 10 × 30 ซม. — เสื้อผ้าพับแล้ว รองเท้าในกล่อง หนังสือ และเอกสาร A4 แนวตั้ง
- Size XL ขนาด 36 × 16 × 22 ซม. — กล่องเค้ก กล่องอาหารทรงกว้าง และชุดของขวัญหลายชิ้น
- Size XXL ขนาด 40 × 20 × 26 ซม. — สินค้าชิ้นใหญ่ ชุดกระเช้า และงานอีเวนต์ที่ต้องใส่เอกสารกับของแจกรวมกัน
ธุรกิจที่มีสินค้าหลายขนาดมักสั่งสองถึงสามขนาดพร้อมกันในงานเดียว แล้วใช้ลายพิมพ์ชุดเดียวกัน วิธีนี้ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ยังเป็นชุดเดียวโดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทุกขนาด
ขนาดมาตรฐานกับขนาดสั่งทำเฉพาะ ต่างกันที่ค่าบล็อก
ถุงกระดาษขึ้นรูปจากแผ่นกระดาษที่ถูกตัดและกรีดรอยพับด้วยบล็อกไดคัท ซึ่งเป็นแม่แบบโลหะที่ทำขึ้นสำหรับขนาดนั้นโดยเฉพาะ นี่คือเหตุผลที่ขนาดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนต้องทำบล็อกใหม่
ขนาดที่อยู่ในแคตตาล็อกมาตรฐานทั้ง 272 รุ่นมีบล็อกอยู่แล้ว จึงไม่มีค่าทำบล็อกเพิ่ม ส่วนขนาดที่สั่งทำเฉพาะจะมีค่าทำบล็อกไดคัทใหม่ประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ไม่ได้คิดซ้ำเมื่อสั่งผลิตรอบถัดไปด้วยขนาดเดิม
ในทางปฏิบัติ ถ้าขนาดที่ต้องการต่างจากรุ่นมาตรฐานไม่กี่เซนติเมตร มักคุ้มกว่าที่จะขยับไปใช้รุ่นมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าสินค้ามีทรงเฉพาะจริง ๆ เช่น ต้องใส่พอดีเป๊ะเพื่อกันของขยับ การทำบล็อกใหม่ก็คุ้มเพราะใช้ได้ตลอดทุกล็อตถัดไป
เลือกขนาดได้แล้ว ต้องเตรียมอะไรต่อ
เมื่อได้ขนาดแล้ว สิ่งที่ต้องตัดสินใจต่อคือชนิดกระดาษ งานเคลือบ และชนิดเชือกหูหิ้ว ซึ่งทั้งสามอย่างสัมพันธ์กับขนาดโดยตรง ถุงใบใหญ่ที่ใส่ของหนักต้องใช้กระดาษที่หนาขึ้นและเชือกที่รับน้ำหนักได้ตามกัน
สำหรับไฟล์งานพิมพ์ ยังไม่ต้องจัดวางลงแบบถุงเองตั้งแต่ต้น ส่งโลโก้และแนวทางที่ต้องการมาก่อนได้ ทีมงานจะจัดวางลงแบบถุงที่เลือกและตรวจว่าพิมพ์ออฟเซ็ทได้จริงก่อนขึ้นงาน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าขนาดที่คำนวณได้ตรงกับรุ่นไหน ส่งขนาดสินค้าหรือรูปถ่ายพร้อมไม้บรรทัดมาให้ดูได้ ทีมงานเทียบรุ่นที่ใกล้เคียงที่สุดให้ พร้อมประเมินราคาจากสเปกจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย