กลับไปหน้ารวมบทความ

บทความงานพิมพ์จากโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง

ขนาดถุงกระดาษเลือกอย่างไรให้พอดีกับสินค้า

ขนาดถุงกระดาษอ่านเป็น กว้าง × ลึก × สูง เสมอ วิธีเลือกคือวัดสินค้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน แล้วเผื่อความกว้างและความลึกอีกด้านละประมาณ 1-2 เซนติเมตรเพื่อให้หยิบเข้าออกได้จริง จากนั้นค่อยหาถุงมาตรฐานที่ครอบขนาดนั้นได้ เพราะการใช้แบบมาตรฐานไม่มีค่าทำบล็อกไดคัทใหม่

อ่านประมาณ 7 นาที
เขียนโดย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Thaninpong Supapitakpong)
ลูกค้าถือถุงกระดาษช้อปปิ้งพิมพ์โลโก้หลายใบหน้าร้านค้า

คำถามแรกของเกือบทุกงานถุงกระดาษคือ ควรใช้ขนาดไหน ซึ่งตอบยากถ้ายังไม่ได้วัดสินค้าจริง เพราะถุงที่เล็กไปทำให้สินค้าเสียทรง ส่วนถุงที่ใหญ่เกินไปทำให้ของกลิ้งไปมาและดูไม่พรีเมียม

บทความนี้สรุปวิธีอ่านตัวเลขขนาดถุง วิธีวัดสินค้าเพื่อเผื่อขนาด และช่วงขนาดจริงของถุงมาตรฐานที่โรงพิมพ์มีอยู่แล้ว เพื่อให้เลือกได้เร็วขึ้นตั้งแต่ก่อนขอใบเสนอราคา

อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการถุงกระดาษ

อ่านตัวเลขขนาดถุงกระดาษให้ถูกก่อน

ขนาดถุงกระดาษเขียนเรียงกันสามตัวเลขเสมอ คือ กว้าง × ลึก × สูง หน่วยเป็นเซนติเมตร ตัวแรกคือความกว้างของหน้าถุงที่มองเห็นเวลาถือ ตัวกลางคือความลึกของก้นถุงหรือความหนาของถุงเมื่อกางออก และตัวสุดท้ายคือความสูงวัดจากก้นถึงปากถุง

จุดที่เข้าใจผิดกันบ่อยที่สุดคือตัวเลขกลาง หลายคนอ่านว่าเป็นความหนาของกระดาษ ซึ่งคนละเรื่องกัน ความหนาหรือความแข็งแรงของกระดาษวัดเป็นค่าแกรม เช่น อาร์ตการ์ด 190 แกรม ส่วนตัวเลขกลางในชุดขนาดคือความลึกของถุง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ากล่องสินค้าทรงหนาจะใส่ลงได้หรือไม่

อีกจุดที่ควรระวังคือขนาดที่ระบุเป็นขนาดสำเร็จของถุงตอนกางใช้งาน ไม่ใช่ขนาดของแผ่นกระดาษก่อนขึ้นรูป เวลาเทียบกับสินค้าจึงเทียบกับตัวเลขชุดนี้ได้ตรง ๆ

วัดสินค้าแล้วเผื่อขนาดเท่าไรถึงพอดี

เริ่มจากวัดสินค้าชิ้นที่ใหญ่ที่สุดที่จะใส่ลงถุงใบนี้ ไม่ใช่ชิ้นที่ขายดีที่สุด เพราะถุงต้องรองรับกรณีที่ใหญ่ที่สุดได้ ถ้าลูกค้ามักซื้อหลายชิ้นพร้อมกัน ให้วางเรียงตามที่จะใส่จริงแล้ววัดรวมเป็นชุด

จากนั้นเผื่อความกว้างและความลึกอีกด้านละประมาณ 1-2 เซนติเมตร ระยะเผื่อนี้ไม่ได้มีไว้ให้ของหลวม แต่มีไว้ให้มือสอดลงไปหยิบของออกได้โดยไม่ต้องฉีกถุง และเผื่อให้กระดาษห่อหรือกระดาษไหมที่รองด้านในมีที่อยู่

ส่วนความสูงให้เผื่อเหนือสินค้าอีกประมาณ 3-5 เซนติเมตร ระยะนี้คือส่วนที่ใช้พับปากถุง ติดสติกเกอร์ปิด หรือใส่การ์ดขอบคุณ ร้านที่ชอบพับปากถุงแล้วเจาะร้อยริบบิ้นควรเผื่อมากกว่านี้อีกเล็กน้อย

กรณีที่พบบ่อยและคำนวณได้ตรง ๆ คือถุงใส่เอกสาร A4 ซึ่งมีขนาด 21 × 29.7 เซนติเมตรตามมาตรฐาน ISO 216 ถ้าจะใส่แนวตั้งโดยไม่ให้กระดาษงอ ถุงต้องกว้างอย่างน้อยราว 22-23 เซนติเมตรขึ้นไป และสูงเกิน 30 เซนติเมตร

ช่วงขนาดจริงของถุงมาตรฐานทั้ง 13 กลุ่ม

ถุงมาตรฐานที่โรงพิมพ์ลักษมีรุ่งมีบล็อกไดคัทอยู่แล้วมีทั้งหมด 272 รุ่น จัดกลุ่มตามทรงและช่วงขนาดได้ 13 กลุ่ม ตารางด้านล่างคือช่วงต่ำสุดถึงสูงสุดของแต่ละกลุ่ม คำนวณจากข้อมูลขนาดจริงของทุกรุ่นในแคตตาล็อก ไม่ใช่ตัวเลขประมาณ

วิธีใช้ตารางนี้คือดูว่าขนาดที่คำนวณได้จากสินค้าตกอยู่ในช่วงของกลุ่มไหน แล้วค่อยเข้าไปเลือกรุ่นย่อยในกลุ่มนั้น จะเร็วกว่าไล่ดูทีละรุ่นจากทั้งหมด

ช่วงขนาดจริงของถุงกระดาษมาตรฐาน 272 รุ่น แยกตามกลุ่ม (กว้าง × ลึก × สูง หน่วยเซนติเมตร)
กลุ่มทรงจำนวนรุ่นกว้าง (ซม.)ลึก (ซม.)สูง (ซม.)
ASแนวตั้ง ขนาดเล็ก2510–193–1212–38.5
AMแนวตั้ง ขนาดกลาง6820–29.76–22.820–44
ALแนวตั้ง ขนาดใหญ่1521–336–1525–45
BSแนวนอน ขนาดเล็ก814–20.35–1213–20.3
BMแนวนอน ขนาดกลาง2221–307–20.914–28
BLแนวนอน ขนาดใหญ่6530–507–2521–40
Cถุงกระดาษคราฟท์3211–464–1616–55
D ทรงสูงหูหิ้วซ่อนปลาย820–3210–2030–40
D ทรงนอนหูหิ้วซ่อนปลาย333–4313–1624–33
S ทรงไวน์ถุงใส่ขวด69–159–1225–38.5
S ทรงสูงเจาะรูร้อยริบบิ้น915–308–1321–42
S ทรงนอนเจาะรูร้อยริบบิ้น620–43.28–2118–30.5
S หูเจาะเจาะช่องมือสอด513–327–15.527–38

สังเกตว่ากลุ่ม AM และ BL มีรุ่นย่อยมากที่สุด (68 และ 65 รุ่น) เพราะเป็นช่วงขนาดที่ร้านค้าใช้กันมากที่สุด ถ้าสินค้าตกอยู่ในช่วงนี้ โอกาสเจอรุ่นมาตรฐานที่พอดีจึงสูงมาก

ส่วนถุงคราฟท์กลุ่ม C ครอบช่วงกว้างที่สุดในตาราง คือตั้งแต่ 11 ถึง 46 เซนติเมตร เพราะรวมทั้งถุงเบเกอรี่ใบเล็กและถุงใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ไว้ในกลุ่มเดียวกัน

5 ขนาดที่สั่งบ่อยที่สุด และธุรกิจที่ใช้

ถ้ายังไม่อยากไล่ดูทั้ง 13 กลุ่ม เริ่มจากห้าขนาดที่ลูกค้าสั่งบ่อยที่สุดก่อนได้ ขนาดเหล่านี้ครอบคลุมงานส่วนใหญ่ของร้านค้าปลีกและงานอีเวนต์

  1. Size S ขนาด 19 × 7 × 15 ซม. — เครื่องประดับ เครื่องสำอางชิ้นเล็ก ของชำร่วย และสินค้าที่ต้องการให้ถุงดูกะทัดรัด
  2. Size M ขนาด 18 × 8 × 26 ซม. — ขวดเครื่องดื่ม กระปุกครีม กล่องขนมทรงสูง และของฝากขนาดกลาง
  3. Size L ขนาด 20 × 10 × 30 ซม. — เสื้อผ้าพับแล้ว รองเท้าในกล่อง หนังสือ และเอกสาร A4 แนวตั้ง
  4. Size XL ขนาด 36 × 16 × 22 ซม. — กล่องเค้ก กล่องอาหารทรงกว้าง และชุดของขวัญหลายชิ้น
  5. Size XXL ขนาด 40 × 20 × 26 ซม. — สินค้าชิ้นใหญ่ ชุดกระเช้า และงานอีเวนต์ที่ต้องใส่เอกสารกับของแจกรวมกัน

ธุรกิจที่มีสินค้าหลายขนาดมักสั่งสองถึงสามขนาดพร้อมกันในงานเดียว แล้วใช้ลายพิมพ์ชุดเดียวกัน วิธีนี้ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ยังเป็นชุดเดียวโดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทุกขนาด

ขนาดมาตรฐานกับขนาดสั่งทำเฉพาะ ต่างกันที่ค่าบล็อก

ถุงกระดาษขึ้นรูปจากแผ่นกระดาษที่ถูกตัดและกรีดรอยพับด้วยบล็อกไดคัท ซึ่งเป็นแม่แบบโลหะที่ทำขึ้นสำหรับขนาดนั้นโดยเฉพาะ นี่คือเหตุผลที่ขนาดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนต้องทำบล็อกใหม่

ขนาดที่อยู่ในแคตตาล็อกมาตรฐานทั้ง 272 รุ่นมีบล็อกอยู่แล้ว จึงไม่มีค่าทำบล็อกเพิ่ม ส่วนการสั่งทำถุงกระดาษขนาดเฉพาะจะมีค่าทำบล็อกไดคัทใหม่ประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ไม่ได้คิดซ้ำเมื่อสั่งผลิตรอบถัดไปด้วยขนาดเดิม

ในทางปฏิบัติ ถ้าขนาดที่ต้องการต่างจากรุ่นมาตรฐานไม่กี่เซนติเมตร มักคุ้มกว่าที่จะขยับไปใช้รุ่นมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าสินค้ามีทรงเฉพาะจริง ๆ เช่น ต้องใส่พอดีเป๊ะเพื่อกันของขยับ การทำบล็อกใหม่ก็คุ้มเพราะใช้ได้ตลอดทุกล็อตถัดไป

เลือกขนาดได้แล้ว ต้องเตรียมอะไรต่อ

เมื่อได้ขนาดแล้ว สิ่งที่ต้องตัดสินใจต่อคือชนิดกระดาษ งานเคลือบ และชนิดเชือกหูหิ้ว ซึ่งทั้งสามอย่างสัมพันธ์กับขนาดโดยตรง ถุงใบใหญ่ที่ใส่ของหนักต้องใช้กระดาษที่หนาขึ้นและเชือกที่รับน้ำหนักได้ตามกัน

สำหรับไฟล์งานพิมพ์ ยังไม่ต้องจัดวางลงแบบถุงเองตั้งแต่ต้น ส่งโลโก้และแนวทางที่ต้องการมาก่อนได้ ทีมงานจะจัดวางลงแบบถุงที่เลือกและตรวจว่าพิมพ์ออฟเซ็ทได้จริงก่อนขึ้นงาน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าขนาดที่คำนวณได้ตรงกับรุ่นไหน ส่งขนาดสินค้าหรือรูปถ่ายพร้อมไม้บรรทัดมาให้ดูได้ ทีมงานเทียบรุ่นที่ใกล้เคียงที่สุดให้ พร้อมประเมินราคาจากสเปกจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ ผู้เขียนบทความงานพิมพ์ของโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (Thaninpong Supapitakpong)

เจ้าของกิจการและผู้ดูแลด้านการตลาด บริษัท ลักษมีรุ่ง จำกัด

เจ้าของกิจการและผู้ดูแลด้านการตลาด บริษัท ลักษมีรุ่ง จำกัด ประสบการณ์ตรงด้านธุรกิจการพิมพ์และการตลาดมากกว่า 35 ปี ดูแลทั้งงานพิมพ์ออฟเซ็ทและดิจิทัล สติ๊กเกอร์ 3M และงานพิมพ์อิงค์เจ็ท ให้คำปรึกษาลูกค้า B2B ตั้งแต่การเตรียมไฟล์ การเลือกกระดาษ การวางแผนผลิต งานหลังพิมพ์ จนถึงการส่งมอบ ถ่ายทอดจากประสบการณ์หน้างานจริง ควบคู่กับการติดตามเทคโนโลยีการพิมพ์และการประยุกต์ใช้ AI ในงานพิมพ์และการตลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนาดถุงกระดาษ

คำตอบสั้น ๆ ที่ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาหรือส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ตรวจ

ขนาดถุงกระดาษอ่านยังไง ตัวเลขไหนคือความลึก?

อ่านเรียงเป็น กว้าง × ลึก × สูง หน่วยเซนติเมตร ตัวเลขกลางคือความลึกของก้นถุง ซึ่งเป็นตัวบอกว่าของทรงหนาจะใส่ลงได้ไหม ไม่ใช่ความหนาของกระดาษ ความหนากระดาษวัดเป็นค่าแกรมแยกต่างหาก เช่น อาร์ตการ์ด 190 แกรม

ถุงกระดาษใส่เอกสาร A4 ต้องใช้ขนาดเท่าไร?

เอกสาร A4 มีขนาด 21 × 29.7 เซนติเมตร ถ้าจะใส่แนวตั้งโดยไม่ให้กระดาษงอ ถุงควรกว้างอย่างน้อยประมาณ 22-23 เซนติเมตรขึ้นไป และสูงเกิน 30 เซนติเมตร ในแคตตาล็อกมาตรฐานจะตกอยู่ในกลุ่มถุงแนวตั้งขนาดกลางเป็นหลัก ถ้ามีแฟ้มหรือกล่องรวมอยู่ด้วยให้เผื่อความลึกเพิ่มตามความหนาของแฟ้ม

ควรเผื่อขนาดถุงมากกว่าสินค้ากี่เซนติเมตร?

เผื่อความกว้างและความลึกอีกด้านละประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อให้หยิบของเข้าออกได้จริงและมีที่ให้กระดาษห่อด้านใน ส่วนความสูงเผื่อเหนือสินค้าอีกประมาณ 3-5 เซนติเมตร สำหรับพับปากถุงหรือใส่การ์ด ถ้าตั้งใจจะพับปากถุงแล้วเจาะร้อยริบบิ้น ให้เผื่อความสูงมากกว่านี้อีกเล็กน้อย

อยากได้ขนาดที่ไม่มีในแคตตาล็อก ทำได้ไหมและมีค่าใช้จ่ายอะไร?

ทำได้ แต่ขนาดที่ไม่เคยมีมาก่อนต้องทำบล็อกไดคัทใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวและใช้ได้กับการสั่งผลิตรอบถัดไปด้วยขนาดเดิม ถ้าขนาดที่ต้องการต่างจากรุ่นมาตรฐานเพียงไม่กี่เซนติเมตร มักคุ้มกว่าที่จะเลือกรุ่นมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด เพราะแคตตาล็อกมีถึง 272 รุ่นให้เทียบ

สั่งหลายขนาดพร้อมกันในงานเดียวได้ไหม?

ได้ และเป็นวิธีที่ร้านค้าซึ่งมีสินค้าหลายขนาดใช้กันบ่อย โดยใช้ลายพิมพ์ชุดเดียวกันทุกขนาดเพื่อให้ภาพลักษณ์แบรนด์เป็นชุดเดียว ทั้งนี้แต่ละขนาดนับขั้นต่ำแยกกันที่ 100 ใบต่อแบบ

ติดต่อ LINE