ระยะตัดตกและ safe area คืออะไร ทำไมขาดไม่ได้
เครื่องตัดกระดาษมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเสมอ ประมาณ 1-2 มม. ถ้าอาร์ตเวิร์กมีพื้นสีหรือภาพที่จบพอดีขอบงาน เมื่อตัดเหลื่อมไปนิดเดียวจะเกิดขอบขาวบาง ๆ ที่ขอบชิ้นงาน แก้ไม่ได้แล้วเพราะพิมพ์ไปแล้ว
วิธีป้องกันคือใส่ระยะตัดตกหรือ bleed โดยลากพื้นสีและภาพเลยขอบงานจริงออกไปอีก 3 มม. รอบด้าน เวลาตัดเหลื่อมไปก็ยังเจอสีอยู่ ไม่เกิดขอบขาว
อีกด้านคือ safe area ข้อความ โลโก้ และเลขสำคัญต้องอยู่ห่างจากขอบตัดเข้ามาอย่างน้อย 3-5 มม. ถ้าวางชิดขอบเกินไป เวลาตัดเหลื่อมอาจโดนตัดขาดบางส่วน สำหรับงานเข้าเล่มควรเผื่อมากกว่านี้เพราะมีระยะเย็บกี่หรือไสกาวกินเข้าไปอีก
งานพับอย่างแผ่นพับต้องระวังเพิ่ม ข้อความไม่ควรอยู่ตรงเส้นพับพอดี และแผงที่พับเข้าด้านในต้องแคบกว่าแผงอื่นเล็กน้อยประมาณ 1-2 มม. ไม่งั้นพับแล้วจะดันจนกระดาษย่น
CMYK กับ RGB ต่างกันอย่างไร
หน้าจอแสดงสีด้วยแสง (RGB) ส่วนเครื่องพิมพ์ผสมสีด้วยหมึก (CMYK) ขอบเขตสีของ RGB กว้างกว่ามาก สีสดจัดบางสีที่เห็นบนจอ เช่น เขียวนีออนหรือฟ้าสด ไม่มีอยู่จริงในระบบหมึก
ถ้าส่งไฟล์ RGB โรงพิมพ์ต้องแปลงเป็น CMYK ก่อนพิมพ์อยู่ดี แต่การแปลงอัตโนมัติจะดึงสีที่พิมพ์ไม่ได้ให้มาอยู่ในขอบเขตที่พิมพ์ได้ ผลคือสีทึบลงหรือเพี้ยนจากที่ออกแบบไว้ โดยที่ผู้ออกแบบไม่ได้เป็นคนเลือกเอง
ทางที่ดีคือตั้งโหมด CMYK ตั้งแต่เริ่มออกแบบ จะได้เห็นสีใกล้เคียงงานจริงตลอดทาง ถ้าต้องคุมสีแบรนด์ให้ตรงเป๊ะทุกล็อต ให้ระบุรหัส Pantone มาด้วย
ข้อควรระวังอีกข้อคือสีดำ ข้อความตัวเล็กควรใช้ดำล้วน (K 100) เท่านั้น ถ้าใช้ดำผสมสี่สี (Rich Black) กับตัวอักษรเล็ก ๆ เวลาพิมพ์เหลื่อมนิดเดียวจะเห็นขอบสีรุ้ง อ่านไม่ชัด ส่วนพื้นดำผืนใหญ่จึงค่อยใช้ Rich Black เพื่อให้ดำสนิท
ตารางเช็กไฟล์ตามประเภทงาน
แต่ละงานมีจุดที่ต้องระวังต่างกัน ตารางนี้สรุปสิ่งที่ควรตรวจก่อนส่งไฟล์
| ประเภทงาน | ระยะตัดตก | ความละเอียดภาพ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| นามบัตร ใบปลิว โปสการ์ด | 3 มม. รอบด้าน | 300 DPI | ข้อความห่างขอบ 3-5 มม. ตัวเล็กใช้ดำ K100 |
| แผ่นพับ โบรชัวร์ | 3 มม. รอบด้าน | 300 DPI | แผงพับเข้าในต้องแคบกว่า 1-2 มม. เลี่ยงข้อความคร่อมเส้นพับ |
| หนังสือ เมนู | 3 มม. รอบด้าน | 300 DPI | เผื่อระยะสันเข้าเล่ม หน้าคู่ต้องเรียงถูกลำดับ |
| กล่อง งานไดคัท | 3 มม. จากเส้นไดคัท | 300 DPI | เส้นไดคัทแยกเลเยอร์ + spot color ระบุด้านหน้า/หลัง/เส้นพับ |
| ป้ายไวนิล สแตนดี้ | ตามที่โรงพิมพ์แจ้ง | 72-150 DPI ที่ขนาดจริง | ประเมินตามระยะมอง เผื่อขอบเจาะตาไก่ |
| สติ๊กเกอร์ติดรถ | ตามที่โรงพิมพ์แจ้ง | 150 DPI ที่ขนาดจริง | เผื่อส่วนโค้งและร่องตัวรถ ต้องวัดหน้างานจริง |
งานที่ต้องใช้ไฟล์แยกเลเยอร์เป็นพิเศษคืองานที่มีเทคนิคหลังพิมพ์ ทั้งไดคัท ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน และ Spot UV เพราะโรงพิมพ์ต้องทำบล็อกหรือเพลทแยกจากงานพิมพ์ปกติ ให้สร้างเลเยอร์แยกและตั้งเป็น spot color พร้อมตั้งค่า overprint ไม่ให้เจาะทะลุพื้นสีข้างล่าง
7 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องแก้ไฟล์
จากประสบการณ์รับไฟล์ลูกค้า นี่คือปัญหาที่ทำให้งานต้องรอแก้บ่อยที่สุด
- ส่งไฟล์ RGB — สีที่ได้จะเพี้ยนจากที่เห็นบนจอ
- ไม่มีระยะตัดตก — เกิดขอบขาวหลังตัด แก้ไม่ได้
- ภาพความละเอียดต่ำ — ดึงภาพจากเว็บหรือ Facebook มาใช้ พิมพ์ออกมาแตก
- ฟอนต์ไม่ถูกแปลงหรือฝัง — เปิดที่โรงพิมพ์แล้วฟอนต์เปลี่ยน เลย์เอาต์เพี้ยน
- เส้นไดคัทรวมอยู่กับอาร์ตเวิร์ก — แยกไม่ออกว่าเส้นไหนต้องพิมพ์ เส้นไหนต้องตัด
- ข้อความชิดขอบตัด — ตัดเหลื่อมนิดเดียวโดนตัดขาด
- ส่งไฟล์อย่างเดียวไม่บอกสเปก — ทีมต้องถามกลับ เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
ถ้าออกแบบด้วย Canva มีขั้นตอนเฉพาะที่ต้องตั้งค่าให้ถูกก่อน export อ่านวิธีละเอียดได้ในบทความเซฟงาน Canva ส่งโรงพิมพ์
ส่งไฟล์แล้วทีมตรวจให้ก่อนผลิต
ทุกงานที่ส่งเข้ามา ทีมโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งจะตรวจไฟล์ให้ก่อนผลิตจริง ทั้งขนาด ระยะตัดตก โหมดสี ความละเอียดภาพ ฟอนต์ และเส้นไดคัท ถ้าเจอจุดเสี่ยงจะแจ้งกลับพร้อมบอกวิธีแก้ ไม่ปล่อยให้พิมพ์ออกมาแล้วค่อยรู้
ส่งไฟล์พร้อมแจ้งประเภทงาน ขนาด จำนวน วัสดุ เทคนิคหลังพิมพ์ และวันใช้งานจริงมาได้เลย ถ้ายังไม่มีไฟล์พร้อมพิมพ์ ส่งโลโก้ ข้อความ ภาพสินค้า และตัวอย่างสไตล์ที่ชอบมาก่อน ทีมงานจะช่วยแนะนำสิ่งที่ยังขาด