เริ่มจากรูปทรงพื้นผิวที่จะติด ไม่ใช่เริ่มจากราคา
คำถามแรกที่ต้องตอบไม่ใช่ว่างบเท่าไร แต่คือผิวที่จะติดเป็นแบบไหน เพราะฟิล์มแต่ละเกรดออกแบบมาให้ยืดและเข้ารูปได้ต่างกันมาก ถ้าเลือกผิด ต่อให้ช่างเก่งแค่ไหนสติ๊กเกอร์ก็จะเด้งหลุดที่ร่องหรือมุมโค้งภายในไม่กี่เดือน
ผิวเรียบสนิทอย่างตู้บรรทุกหรือข้างฟู้ดทรัก ใช้ฟิล์มเกรดพื้นฐานอย่าง IJ1220 ได้สบาย ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงกว่านี้
ผิวที่มีความโค้งมนเล็กน้อยอย่างประตูรถกระบะหรือรถตู้ ควรใช้ IJ40 ที่มีเทคโนโลยี Comply และ Controltac กาวลูกแก้วช่วยให้จัดตำแหน่งใหม่ได้ก่อนกดติดจริง และรีดไล่ฟองอากาศออกได้ง่าย
ส่วนผิวโค้ง 3 มิติ ร่องลึก หรือบริเวณที่มีหมุดย้ำ เช่น รถบรรทุกลูกฟูกหรือรอบตัวถังรถตู้หลังคาสูง ต้องใช้ IJ180 ที่ยืดตัวได้มากที่สุด แม้ราคาสูงกว่าแต่เป็นตัวเดียวที่งานจะอยู่ได้จริง
ตารางเทียบฟิล์ม 3M แต่ละรุ่น
โรงพิมพ์ลักษมีรุ่งใช้วัสดุ 3M แท้ทุกงาน ตารางนี้สรุปรุ่นที่ใช้บ่อยพร้อมอายุกาวและพื้นผิวที่เหมาะ
| รุ่น | อายุกาว | ประเภท | เหมาะกับพื้นผิว |
|---|---|---|---|
| 3M IJ1210 | 1.5 ปี | ฟิล์มพิมพ์ กาวใสถาวร ลอกสะอาด | พื้นเรียบสนิท เช่น รถฟู้ดทรัก |
| 3M IJ1220 | 2 ปี | ฟิล์มพิมพ์ กาวเทา ลอกไม่ทิ้งคราบ | พื้นเรียบและโค้งมนเล็กน้อย |
| 3M IJ40 / IJ40C | 3 ปี | ฟิล์มพิมพ์ Comply & Controltac กาวลูกแก้ว | ผิวเรียบ โค้งมน ประตูรถ |
| 3M IJ180 / IJ180MC | 5 ปี | ฟิล์มพิมพ์ Micro Comply กาวลูกแก้วละเอียด | โค้ง 3 มิติ ร่องลึก หมุดย้ำ |
| 3M IJ1229 | 2 ปี | ฟิล์มซีทรู One Way Vision | กระจกรถ มองออกได้จากด้านใน |
| 3M IJ680CR | 5 ปี | ฟิล์มสะท้อนแสง Engineering Grade | งานที่ต้องเห็นชัดตอนกลางคืน |
| 3M SC32 | 3 ปี | ฟิล์มรีดกาวใส 61 เฉดสี | งานไดคัทตัวอักษร โลโก้ เบอร์โทร |
| 3M SC50 | 5 ปี | ฟิล์มรีดหนา 75 ไมครอน 60 เฉดสี | ไดคัทโลโก้ตามสีมาตรฐานแบรนด์ |
อายุกาวคือระยะที่ผู้ผลิตรับประกันว่ากาวยังยึดเกาะดีภายใต้สภาพใช้งานปกติ ไม่ได้แปลว่าพอครบกำหนดแล้วจะหลุดทันที แต่หลังจากนั้นความเสี่ยงเรื่องกาวแห้ง สีซีด และลอกยากจะเพิ่มขึ้น
งานพิมพ์ทุกงานควรเคลือบฟิล์มทับอีกชั้น (เช่น 3M 8508 หรือ 8520) เพื่อกันรอยขีดข่วนจากการล้างรถ กัน UV ไม่ให้สีซีด และช่วยยืดอายุงานพิมพ์ให้ใกล้เคียงอายุกาวของฟิล์มฐาน
Car Wrap กับ Electrocut ต่างกันตรงไหน
งานติดรถแบ่งเป็น 2 แบบหลัก แบบแรกคือ Car Wrap หรืองานพิมพ์ ใช้เมื่อมีภาพ ไล่เฉดสี หรือกราฟิกซับซ้อน พิมพ์ลงฟิล์มขาวด้วยระบบ HP Latex แล้วเคลือบทับ เหมาะกับงานโฆษณาเต็มคันหรือครึ่งคัน
แบบที่สองคือ Computer Electrocut หรืองานไดคัท ใช้ฟิล์มรีดสีเดียว (SC32 หรือ SC50) ตัดตามรูปตัวอักษรหรือโลโก้แล้วลอกส่วนที่ไม่ใช้ออก เหมาะกับชื่อบริษัท เบอร์โทร หรือโลโก้สีเดียว ราคาถูกกว่างานพิมพ์มากเมื่อพื้นที่ใช้งานไม่เยอะ
หลายงานใช้ทั้งสองแบบผสมกัน เช่น ภาพสินค้าใช้งานพิมพ์ ส่วนเบอร์โทรตัวใหญ่ใช้ไดคัท เพราะไดคัทให้สีเรียบสม่ำเสมอและคมกว่า
ถ้าต้องการติดกระจกแต่ยังมองออกได้จากในรถ ต้องใช้ฟิล์มซีทรู IJ1229 (One Way Vision) ซึ่งเจาะรูเล็ก ๆ ทั่วแผ่น ด้านนอกเห็นภาพ ด้านในมองทะลุออกได้
ออกแบบให้อ่านได้ตอนรถวิ่ง
รถโฆษณาต่างจากป้ายตรงที่คนมีเวลามองแค่ 2-3 วินาที ข้อความจึงต้องสั้นและอ่านจบในครั้งเดียว หลักที่ใช้ได้จริงคือเลือกมาแค่ 3 อย่าง โลโก้ บริการหลัก และเบอร์โทร ส่วนรายละเอียดอื่นให้ไปอยู่บนเว็บ
เบอร์โทรควรเป็นตัวใหญ่ที่สุดรองจากโลโก้ ใช้สีตัดกับพื้นชัด และวางในตำแหน่งที่ไม่โดนบังโดยล้อ ประตู หรือกันชน
ระวังบริเวณที่มีร่องหรือมือจับ ถ้าวางข้อความคร่อมร่องประตูพอดี เวลาติดจริงตัวอักษรจะบิดจนอ่านยาก ควรให้ทีมดูภาพรถจริงก่อนวางเลย์เอาต์
ก่อนผลิตควรตรวจ proof ที่จำลองตำแหน่งบนรถจริง ไม่ใช่ดูแค่ไฟล์แบน เพราะสัดส่วนบนตัวรถต่างจากบนหน้าจอมาก
ข้อมูลที่ควรส่งก่อนขอราคา
ส่งข้อมูลเหล่านี้ ทีมงานจะประเมินวัสดุ พื้นที่ และราคาให้ได้เร็วขึ้นมาก
- รุ่นรถและปี เช่น รถกระบะแค็บ รถตู้หลังคาสูง รถบรรทุกตู้ทึบ
- ภาพรถหลายมุม โดยเฉพาะด้านที่ต้องการติด ถ่ายให้เห็นร่องและส่วนโค้ง
- ขอบเขตงาน เช่น ติดเฉพาะข้างตู้ ครึ่งคัน หรือรอบคัน
- ระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน เพื่อเลือกเกรดอายุกาวให้พอดี
- ไฟล์โลโก้แบบเวกเตอร์ (AI, PDF, EPS) และข้อความที่ต้องการ
- จำนวนคัน ถ้ามีหลายคันราคาต่อคันจะถูกลง
- วันที่ต้องใช้งานจริง เพราะต้องจองคิวช่างติดตั้ง
งานที่ครอบคลุมพื้นที่มากหรือมีส่วนโค้งเยอะ แนะนำให้นำรถเข้ามาให้ทีมวัดหน้างานจริงที่โรงพิมพ์ ลาดพร้าว 101 จะได้สเปกและราคาที่แม่นกว่าการประเมินจากภาพ