กลับไปหน้ารวมบทความ

บทความงานพิมพ์จากโรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง

ราคาถุงกระดาษคิดจากอะไรบ้าง

ราคาถุงกระดาษคิดจากจำนวนผลิตและขนาดถุงเป็นหลัก ยิ่งผลิตจำนวนมากราคาต่อใบยิ่งถูกลง เพราะต้นทุนตั้งเครื่องและทำเพลทถูกเฉลี่ยออกไป จากนั้นจึงบวกตามชนิดกระดาษ งานเคลือบ ชนิดเชือก และเทคนิคพิเศษที่เลือก ส่วนค่าใช้จ่ายครั้งเดียวอย่างค่าบล็อกไดคัทใหม่จะเกิดเฉพาะเมื่อสั่งขนาดที่ไม่มีในแคตตาล็อกมาตรฐาน

อ่านประมาณ 5 นาที
เขียนโดย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์

คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดคือถุงกระดาษใบละเท่าไร ซึ่งตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้จริง ๆ เพราะถุงขนาด 19 เซนติเมตรกับ 40 เซนติเมตรใช้กระดาษต่างกันเกือบเท่าตัว และงาน 100 ใบกับ 10,000 ใบเฉลี่ยต้นทุนตั้งเครื่องต่างกันมาก

สิ่งที่ทำได้และมีประโยชน์กว่าคือเข้าใจว่าราคาประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าปรับตรงไหนแล้วราคาขยับ และเตรียมข้อมูลอะไรไปขอราคาจึงจะได้คำตอบเร็ว บทความนี้เรียงให้ตามลำดับผลกระทบจากมากไปน้อย

อ่านรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ หน้าบริการถุงกระดาษ

จำนวนผลิต คือตัวแปรที่มีผลมากที่สุด

งานพิมพ์ออฟเซ็ทมีต้นทุนสองก้อนที่ต่างกันโดยธรรมชาติ ก้อนแรกคือต้นทุนคงที่ต่อรอบพิมพ์ ได้แก่ การทำเพลท การตั้งเครื่อง และการปรับสีจนได้ตามที่ต้องการ ก้อนนี้เกิดขึ้นเท่าเดิมไม่ว่าจะพิมพ์ 100 ใบหรือ 10,000 ใบ ก้อนที่สองคือต้นทุนผันแปร ได้แก่ กระดาษ หมึก และแรงงานประกอบถุง ซึ่งเพิ่มตามจำนวนจริง

เมื่อต้นทุนคงที่ถูกหารด้วยจำนวนที่มากขึ้น ราคาต่อใบจึงลดลงอย่างชัดเจนในช่วงจำนวนน้อยถึงปานกลาง แล้วค่อย ๆ นิ่งเมื่อจำนวนสูงขึ้นไปมาก นี่คือเหตุผลที่การเพิ่มจำนวนจาก 100 ใบเป็น 500 ใบ มักทำให้ราคาต่อใบลดลงมากกว่าการเพิ่มจาก 5,000 ใบเป็น 5,400 ใบ

ในทางปฏิบัติจึงคุ้มกว่าที่จะประเมินการใช้จริงทั้งปีก่อนสั่ง แทนที่จะสั่งทีละน้อยหลายรอบ ตราบใดที่มีที่เก็บและลายพิมพ์ยังไม่เปลี่ยน ทั้งนี้ขั้นต่ำในการสั่งผลิตอยู่ที่ 100 ใบต่อแบบ

ขนาดถุงมีผลผ่านจำนวนใบต่อแผ่นกระดาษ

ถุงกระดาษไม่ได้ผลิตทีละใบ แต่พิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษใหญ่แล้วไดคัทออกมาหลายใบต่อแผ่น ขนาดถุงจึงมีผลต่อราคาโดยตรง เพราะเป็นตัวกำหนดว่าหนึ่งแผ่นตัดได้กี่ใบ ถุงใบเล็กที่ตัดได้หลายใบต่อแผ่นย่อมเฉลี่ยค่ากระดาษต่อใบได้ถูกกว่า

ผลที่ตามมาซึ่งหลายคนไม่ทันคิดคือ ขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อยบางครั้งทำให้จำนวนใบต่อแผ่นลดลงหนึ่งขั้น และราคาต่อใบขยับขึ้นมากกว่าที่คาด กลับกัน การยอมลดขนาดลงเล็กน้อยให้ลงตัวกับแผ่นกระดาษ อาจประหยัดได้โดยที่ลูกค้าปลายทางไม่รู้สึกถึงความต่าง

ด้วยเหตุนี้ ถ้าขนาดที่ต้องการยังยืดหยุ่นได้ ควรแจ้งช่วงขนาดที่รับได้ไปพร้อมกับขนาดในอุดมคติ ทีมงานจะเทียบให้ว่ารุ่นมาตรฐานตัวไหนลงตัวกับแผ่นกระดาษที่สุด

กระดาษ งานเคลือบ และเชือก คือส่วนที่บวกเพิ่มตามสเปก

เมื่อได้จำนวนและขนาดแล้ว ส่วนที่เหลือคือสเปกที่เลือกได้ ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละตัวเลือกมีผลต่อราคาไปในทิศทางใด และเหมาะกับงานแบบไหน

ตัวเลือกสเปกถุงกระดาษกับผลต่อราคา (เรียงตามลำดับที่ต้องตัดสินใจ)
สิ่งที่เลือกตัวเลือกที่มีผลต่อราคาเหมาะกับ
ชนิดกระดาษอาร์ตการ์ด 190/210/230 แกรม · คราฟท์ขาว 117 แกรม · คราฟท์น้ำตาล KI 150/185 แกรมแกรมสูงขึ้นราคาสูงขึ้นตามน้ำหนักกระดาษที่ใช้อาร์ตการ์ดสำหรับงานสีสดและภาพถ่าย คราฟท์สำหรับภาพลักษณ์ธรรมชาติ
จำนวนสีที่พิมพ์ออฟเซ็ท 1-4 สี (CMYK) หรือ 5 สีเมื่อเพิ่ม Pantoneจำนวนสีมากขึ้นเพิ่มทั้งค่าเพลทและเวลาตั้งเครื่องโลโก้สีเดียวใช้ไม่กี่สี งานภาพเต็มใบต้องใช้ 4 สีขึ้นไป
สีพิเศษนอก CMYKสี Pantone หรือสีผสมเป็นสีที่ 5เพิ่มประมาณ 2,500-5,000 บาท ตามจำนวนสีพิเศษและยอดสั่งแบรนด์ที่ต้องคุมสี CI ให้ตรงทุกล็อต
งานเคลือบOPP เงา · OPP ด้าน · ลามิเนตเพิ่มขึ้นตามชนิดฟิล์มและพื้นที่ที่เคลือบถุงที่ต้องทนความชื้นและการเสียดสี หรือต้องการผิวสัมผัสพรีเมียม
ชนิดเชือกหูหิ้วเชือก PP · เชือกแบน · ริบบิ้น Grosgrain · เชือกกระดาษ · หูหิ้วซ่อนปลาย · เจาะช่องมือสอดริบบิ้นและหูหิ้วซ่อนปลายมีค่าแรงประกอบสูงกว่าเชือกทั่วไปเลือกจากน้ำหนักสินค้าและภาพลักษณ์ที่ต้องการ
เทคนิคพิเศษSpot UV · ปั๊มทอง · ปั๊มเงิน · ปั๊มนูนคิดเพิ่มแยกตามพื้นที่และจำนวนตำแหน่งที่ทำถุงพรีเมียมและงานของขวัญที่ต้องการจุดเด่นบนโลโก้

งานหลังพิมพ์ในแถวสุดท้าย รวมถึงงานเคลือบบางประเภท ดำเนินการที่โรงงานพันธมิตรที่ทำด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วนงานพิมพ์อยู่ที่แท่นออฟเซ็ทของโรงพิมพ์เอง การส่งต่อขั้นตอนนี้มีผลต่อกำหนดส่งมากกว่าราคา จึงควรแจ้งวันที่ต้องใช้งานไปพร้อมกันตั้งแต่ตอนขอราคา

ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่ไม่ได้เกิดทุกงาน

นอกจากราคาต่อใบแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอีกกลุ่มที่เกิดเป็นครั้งคราวและไม่ได้คิดซ้ำในการสั่งรอบถัดไป กลุ่มนี้มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบเสนอราคาสองใบดูต่างกันมากทั้งที่สเปกถุงเหมือนกัน

  1. ค่าบล็อกไดคัทใหม่ประมาณ 3,000 บาท — เกิดเฉพาะเมื่อสั่งขนาดที่ไม่มีในแคตตาล็อกมาตรฐาน ถ้าเลือกจากรุ่นมาตรฐานไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ และเมื่อทำแล้วสั่งซ้ำขนาดเดิมก็ไม่ต้องจ่ายอีก
  2. ค่าปรู๊ฟสีจริง 3,000 บาท — เกิดเฉพาะเมื่อยอดสั่งต่ำกว่า 20,000 บาทแล้วต้องการดูสีจริงก่อนผลิต ถ้ายอดตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปขอปรู๊ฟได้ฟรี
  3. ค่าออกแบบ — ไม่มี ทางโรงพิมพ์จัดวางโลโก้และขึ้นตัวอย่าง Mockup ให้ฟรี
  4. ค่าจัดส่ง — ฟรีในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อยอดสั่งผลิตรวมตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป นอกเขตคิดตามระยะทางและขนส่งที่ใช้

ข้อสังเกตจากงานจริงคือ ค่าบล็อกไดคัทมักเป็นตัวตัดสินว่าควรยืดหยุ่นเรื่องขนาดหรือไม่ ถ้าขนาดที่อยากได้ต่างจากรุ่นมาตรฐานไม่กี่เซนติเมตร การขยับไปใช้รุ่นมาตรฐานจะประหยัดกว่าทันทีตั้งแต่ล็อตแรก แต่ถ้าตั้งใจสั่งซ้ำระยะยาว การทำบล็อกเฉพาะก็คุ้มเพราะเฉลี่ยออกไปได้หลายล็อต

เตรียมข้อมูลแบบไหน ถึงได้ราคาเร็วที่สุด

ใบเสนอราคาที่ตอบได้เร็วที่สุดคืองานที่มีข้อมูลครบสี่อย่าง ได้แก่ ขนาดถุง จำนวนที่ต้องการ ชนิดกระดาษที่สนใจ และจำนวนสีที่จะพิมพ์ สี่อย่างนี้พอสำหรับตีราคาเบื้องต้นได้แล้ว

ถ้ายังไม่มีครบก็ขอราคาได้ ระบุเท่าที่ทราบแล้วบอกลักษณะสินค้าที่จะใส่มาแทน ทีมงานจะเสนอรุ่นที่ใกล้เคียงให้เลือกพร้อมราคาเปรียบเทียบ วิธีนี้มักเร็วกว่าการรอจนกว่าจะตัดสินใจสเปกได้ครบเอง

สิ่งที่ช่วยได้มากอีกอย่างคือแจ้งวันที่ต้องใช้งานจริงตั้งแต่ต้น เพราะระยะเวลาผลิตอยู่ที่ประมาณ 15-20 วันทำการหลังยืนยันตัวอย่างและใบสเปกงาน ถ้ามีงานหลังพิมพ์เพิ่มจะใช้เวลามากขึ้นตามขั้นตอนที่ส่งต่อ

ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่หน้าบริการไม่ตั้งราคากลางต่อใบไว้ แต่ประเมินจากสเปกจริงของแต่ละงานให้ฟรีก่อนผลิตทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาถุงกระดาษ

คำตอบสั้น ๆ ที่ช่วยเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาหรือส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ตรวจ

ทำไมถึงไม่มีราคาถุงกระดาษต่อใบประกาศไว้?

เพราะราคาต่อใบเปลี่ยนตามขนาดถุงและจำนวนผลิตเป็นหลัก ซึ่งต่างกันแทบทุกงาน ถุงใบเล็กที่ตัดได้หลายใบต่อแผ่นกระดาษกับถุงใบใหญ่ที่ตัดได้น้อยกว่ามีต้นทุนกระดาษต่อใบไม่เท่ากัน และงาน 100 ใบกับ 10,000 ใบเฉลี่ยค่าเพลทกับค่าตั้งเครื่องต่างกันมาก การประกาศเลขกลางจึงทำให้เข้าใจผิดมากกว่าช่วยตัดสินใจ ทางโรงพิมพ์เลือกวิธีประเมินจากสเปกจริงให้ฟรีแทน

สั่ง 100 ใบกับ 1,000 ใบ ราคาต่อใบต่างกันมากไหม?

ต่างกันชัดเจน เพราะต้นทุนทำเพลทและตั้งเครื่องเป็นค่าคงที่ต่อรอบพิมพ์ ไม่ว่าจะพิมพ์กี่ใบก็เกิดขึ้นเท่าเดิม เมื่อหารด้วยจำนวนที่มากขึ้น ราคาต่อใบจึงลดลงมาก ช่วงที่ลดลงเร็วที่สุดคือช่วงจำนวนน้อยถึงปานกลาง หลังจากนั้นจะค่อย ๆ นิ่ง ถ้าประเมินการใช้ทั้งปีได้และมีที่เก็บ การสั่งรวมรอบเดียวจึงมักคุ้มกว่าสั่งย่อยหลายรอบ

ค่าบล็อกไดคัท 3,000 บาท ต้องจ่ายทุกครั้งที่สั่งไหม?

ไม่ต้อง เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวของขนาดนั้น เมื่อทำแล้วสั่งผลิตซ้ำด้วยขนาดเดิมก็ใช้บล็อกเดิมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้อีก และถ้าเลือกขนาดจากแคตตาล็อกมาตรฐานซึ่งมีบล็อกอยู่แล้ว ก็ไม่มีค่าบล็อกตั้งแต่แรก

ถ้าอยากลดราคาลง ควรปรับตรงไหนก่อน?

ไล่ตามลำดับผลกระทบ เริ่มจากเพิ่มจำนวนผลิตถ้าประเมินการใช้จริงได้ ต่อมาคือเลือกขนาดจากรุ่นมาตรฐานเพื่อตัดค่าบล็อก แล้วจึงพิจารณาลดจำนวนสีที่พิมพ์ ลดแกรมกระดาษเท่าที่ยังรับน้ำหนักสินค้าไหว และตัดเทคนิคพิเศษอย่างปั๊มฟอยล์หรือ Spot UV ออกก่อน ส่วนงานเคลือบไม่ควรตัดถ้าถุงต้องเจอความชื้นหรือการเสียดสี เพราะถุงที่เสียหายระหว่างใช้งานเสียภาพลักษณ์มากกว่าที่ประหยัดได้

ราคารวมค่าจัดส่งแล้วหรือยัง?

จัดส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อยอดสั่งผลิตรวมตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป กรณีนอกเงื่อนไขนี้จะคิดค่าจัดส่งตามระยะทางและขนส่งที่ใช้ ซึ่งระบุแยกไว้ในใบเสนอราคาอยู่แล้ว ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มภายหลัง

ขอราคาต้องมีไฟล์ออกแบบก่อนไหม?

ไม่ต้อง ตีราคาได้จากขนาด จำนวน ชนิดกระดาษ และจำนวนสีที่จะพิมพ์ ยังไม่ต้องมีไฟล์งานจริง ถ้ามีแค่โลโก้กับแนวทางที่ต้องการ ส่งมาให้ดูก่อนได้ ทางโรงพิมพ์จัดวางลงแบบถุงที่เลือกและขึ้นตัวอย่าง Mockup ให้ฟรี

ติดต่อ LINE